ads

รับเหมาก่อสร้าง-รับสร้างบ้าน-ต่อเติม-ซ่อมแซม บ้าน อาคารโรงงาน ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น-งานปูพื้น-งานตกแต่งภายใน-งานฝ้าเพดาน-งานผนังกั้นห้อง-ระบบงานไฟฟ้า-งานขุดเจาะงาน ปรับปรุงบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ ต่อเติมอาคารร้านอาหาร,ร้านค้า, ต่อเติมบ้าน, อาคาร, ต่อครัว, ต่อโรงรถ, งานพื้น, งานผนัง, งานฝา, ทาสีอาคาร, ปูกระเบื้อง, งานเหล็ก, ทำรั้ว,กำแพง, โครงหลังคา, ซ่อมหลังคา ระเบียง ผนังรั่ว ซ่อมแซม นึกถึง ทีมงาน เฮียเล็ก ติดต่อ 091-197-3989

Slider[Style1]

บันทึกภาพ

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5

ชีวิตออนไลน์กับ 3 ขั้นตอนจัดการรายได้



ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทุกคน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอด ยิ่งสมาร์ทโฟนราคาเป็นมิตรมากขึ้น หาซื้อง่ายขึ้นทำให้ใครๆ ต่างก็ใช้กัน ไหนจะติดตามข่าวคราวบนโลกโซเชียล หรือติดต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงผ่านแอพพลิเคชั่นแชท แถมยังทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ
แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับหัวข้อที่เราจะพูดถึงยังไงล่ะ? ก็เจ้าอินเตอร์เน็ตนี่แหละค่ะ ที่มอบความสะดวกให้เราในการทำหลายสิ่งหลายอย่างออนไลน์ แม้แต่ ยื่นภาษีออนไลน์ และรวมถึงด้วยค่ะ
การจัดการรายได้คืออะไร
การจัดการรายได้ คือการบริหารจัดการเงินของเรา เพื่อให้สภาพการเงินของเรามีสภาพคล่องดี มีเงินพอใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็น และมีเงินออมอีกด้วย
นอกจากนี้ การจัดการรายได้ที่ดี ควรมีการดูแลเงินให้รอบด้าน คือ ต้องมีทั้งการวางแผนภาษี การลงทุน ประกันชีวิต รวมถึงการวางแผนสำหรับวัยเกษียณและการจัดการเรื่องมรดกด้วย
วิธีจัดการรายได้ในยุคออนไลน์
สิ่งที่คนในยุคนี้พบเจอกันมาก คือการที่ไม่มีเงินเหลือออมเสียที เพราะค่าเช่าที่พักก็ต้องจ่าย ค่าอาหารการกิน ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าใช้บริการโทรศัพท์รายเดือน และอื่นๆ อีกมาก ทำให้สุดท้ายแล้วก็แทบจะมีเงินใช้เดือนชนเดือน
ดังนั้น เราจะมาเปลี่ยนวิธีการจัดการเงินกันใหม่ โดยให้ “ออมก่อนใช้” หมายความว่า เมื่อมีรายได้เข้ามา ให้แบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมก่อนเลย ที่เหลือหลังจากนั้นถึงจะเป็นเงินที่เอาไปใช้ได้ประจำเดือน เรามาทำความเข้าใจวิธีการจัดการรายได้ให้มีเงินออมกันดีกว่าค่ะ
ตั้งเป้าหมาย
เริ่มจากการรู้พฤติกรรมการใช้จ่ายของ ตัวเองก่อนโดยการจดบันทึกรายรับรายจ่าย เราจะได้เห็นว่าเรามีนิสัยการใช้เงินอย่างไรบ้าง จะได้นำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนว่ามีตรงไหนที่ควรลดการใช้จ่ายได้บ้าง หรือตรงไหนที่สามารถใช้จ่ายได้มากกว่านี้ เป็นต้น
สำหรับใครที่ขี้เกียจจะมานั่งจด เราขอแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น รายรับ รายจ่าย ไว้ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของตัวเองไว้เลยค่ะ ไหนๆ เราก็พกของพวกนี้ติดตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว หลังรายรับเข้ามาหรือมีค่าใช้จ่ายอะไรก็จดลงในแอพเลย สะดวกและมั่นใจได้ด้วยว่าจะไม่ทำหายไปไหน เพราะรู้ๆ กันว่าราคาสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตไม่ใช่น้อยๆ ยังไงก็ต้องรักษาเท่าชีวิต ฮิๆ
จดไปเรื่อยๆ สัก 2-3 เดือน จะได้เห็นภาพรวมของเงินตัวเอง จะได้เอามาตั้งงบประมาณให้ตนเองได้ และถ้าอยากจะจดไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ก็ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ
จากนั้น ก็มาตั้งเป้าหมายว่า อยากจะออมเงินเพื่อ อะไร เป็นจำนวนเท่าไร และอยากมีเงินก้อนนั้นเมื่อไรเพื่อที่จะเอาไปใช้ได้ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะตั้งเป้าว่า ในอีก 1 ปีข้างหน้า จะซื้อรถมือสองสักคันราคา 80,000 บาท พอตั้งเป้าหมายได้แล้ว เราจะได้เลือกวิธีเก็บเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายได้

เลือกวิธีเก็บเงิน
ข้อนี้ก็แล้วแต่ว่าเรามีเป้า หมายในการออมเป็นอะไรบ้าง โดยรูปแบบการออมอาจจะเป็นในรูปของ เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวม เป็นต้น เพราะรูปแบบการเก็บเงินและเวลาที่ต้องการใช้เงินต้องตรงกัน
อย่างถ้าเราต้องการเก็บเงินไว้เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราควรฝากไว้ในออมทรัพย์หรือกองทุนตลาดเงิน เพราะเป็นเงินที่เราจะต้องถอนออกมาใช้อย่าางเร่งด่วน อย่าเก็บเงินตรงนี้ไว้ในกองทุนรวมที่มีความผันผวน เพราะถ้ามูลค่าหน่วยลงทุนลดลงในช่วงที่ต้องใช้เงิน เราจะได้เงินคืนมาลดลง
หรือถ้าเราต้องออมเงินสำหรับวัยเกษียณ ควรออมเงินระยะยาวใน RMF หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ เพราะมีดอกเบี้ยระยะยาวสูงกว่า อย่าเก็บเงินตรงนี้ไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพราะดอกเบี้ยต่ำ และถอนออกมาใช้ได้ง่าย เผลอๆ สุดท้ายจะไม่มีเงินเหลือไว้ใช้จนตอนเกษียณ
เปิดบริการออนไลน์
ให้ใช้บริการธนาคารออนไลน์หรือ ที่เราเรียกกันว่า E-Banking แค่โหลดแอพมาไว้ในสมาร์ทโฟน เราก็จะได้เห็นความเคลื่อนไหวของบัญชีเราได้ง่ายๆ รวดเร็วทันใจ แถมเวลาจะทำธุรกรรมต่างๆ ก็ทำได้เองง่ายๆ ทั้งฝาก โอน ถอน แค่ปลายนิ้วเอง
นอกจากนี้ เปิดบัญชีกองทุนรวมแบบออนไลน์ ตอนนี้มีหลายบริษัทที่ให้บริการขายกองทุนรวม เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์(โบรคเกอร์) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.)
เอาล่ะ ต่อไปเราจะมาดูกันว่า เราจะนำทั้งสามข้อข้างต้นมาตั้งเป็นระบบอัตโนมัติของเราได้ยังไง โดยเราจะเริ่มจากสมการต่อไปนี้
รายได้ – เงินออม = รายจ่าย
เราจะแบ่งเงินของตัวเองออกเป็น 3 บัญชี คือ บัญชีเงินเดือน บัญชีเงินออม และบัญชีรายจ่าย ไม่ควรนำมาผสมกันเพราะเราจะสับสนเอาซะเอง
หลังจากนั้น ต่อด้วยสมการ
รายได้ – เงินออม – รายจ่ายจำเป็น = รายจ่ายยืดหยุ่น
เมื่อเราได้รับรายได้มา ให้ตัดเงินเข้าไปในส่วนเงินออมก่อน แล้วหลังจากนั้น ค่อยหักเข้าส่วนรายจ่ายจำเป็น ที่เหลือก็จะได้เป็นรายจ่ายยืดหยุ่นให้เอามาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
รายจ่ายจำเป็น VS รายจ่ายยืดหยุ่น
รายจ่ายจำเป็น หมายถึง ค่าใช้จ่ายประจำที่เราต้องจ่ายคงที่ ถ้าไม่จ่ายอาจจะมีปัญหาได้ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต
รายจ่ายยืดหยุ่น หมายถึง รายจ่ายที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า ไม่คงที่ โดยเราสามารถกำหนดได้เองว่า จะจ่ายมากหรือน้อย เช่น ค่าอาหาร เดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ ค่าน้ำ เป็นต้น
ทีนี้ เรามาจัดระเบียบเงินเดือนกันดีกว่าว่าจะแบ่งอย่างไร สมมุติเงินเดือนเรา 15,000 บาท แบ่งสำหรับแต่ละบัญชีเป็น…
เงินออม 30% จะเท่ากับ 15,000 x 30% = 4,500 บาท
รายจ่ายจำเป็น 40% จะเท่ากับ 15,000 x 40% = 6,000 บาท
รายจ่ายยืดหยุ่น 30% จะเท่ากับ 15,000 x 30% = 4,500 บาท
พอวันเงินเดือนออก ระบบที่ตั้งไว้ก็จะแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ไปที่บัญชีเงินออม บัญชีรายจ่าย ต่อไปเราจะมาดูทีละส่วนว่า บัญชีเงินออมและบัญชีรายจ่ายมีอะไรบ้าง
บัญชีเงินออม
บัญชีนี้จะแบ่งย่อยออกมาเป็นเป้าหมายว่า เราจะใช้เงินไปทำอะไรในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเพราะจะได้เลือกวิธีการเก็บเงินให้ตรงกับเป้าหมายนั้น
ระยะสั้น คือ เป้าหมายไม่เกิน 1- 3 ปี เช่น การออมเงินสำหรับเหตุฉุกเฉิน การออมเงินไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งรูปแบบการเก็บเงินก็จะเน้นไปทางสร้างสภาพคล่องที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ เร็ว เช่น ออมทรัพย์ ตลาดเงิน เป็นต้น
ระยะกลาง คือ เป้าหมายระยะ 3 – 5 ปี เช่น วางแผนการศึกษาให้ลูก เรียนต่อ แต่งงาน เป็นต้น โดยรูปแบบการเก็บเงินจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง เช่น การฝากประจำ ตราสารหนี้(พันธบัตร หุ้นกู้) หุ้นสามัญ กองทุนรวมหุ้น เป็นต้น
ระยะยาว คือ เป้าหมายระยะเกิน 5 ปีขึ้นไป เช่น วางแผนสำหรับวัยเกษียณ เป็นต้น รูปแบบการเก็บเงินควรมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น RMF พันธบัตร ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น
ทีนี้ เนื่องจากบัญชีเงินออมของเราเป็นจำนวน 6,000 บาท เราต้องตั้งเป้าหมายก่อนแล้วค่อยกลับมาคำนวณว่าจะต้องแบ่งเป้าหมายการออมแต่ ละช่วงเวลาไปกี่ % เช่น เราวางแผนว่าจะเก็บเงินจ่ายค่าประกันชีวิตแบบบำนาญปีละ 19,000 บาท เราก็จะทยอยเก็บอัตโนมัติเดือนละ 1,585 บาท เมื่อถึงกำหนดจ่ายก็ถอนออกไปจ่าย
บัญชีรายจ่าย
พอเงินเดือนออก เราต้องเอาเงินไปจ่ายส่วนที่เป็นหนี้ก่อน (รายจ่ายจำเป็น) เพื่อกำจัดภาระตรงนี้ออกไปให้ได้เร็วที่สุด อย่างค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ยิ่งชำระหมดไวเท่าไร ยิ่งไม่ต้องแบกรับดอกเบี้ยนานๆ แล้วพอเหลือเท่าไร ก็นำเงินตรงนั้นมาใช้เป็นรายจ่ายยืดหยุ่น
สำหรับรายจ่ายยืดหยุ่น เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ เราอาจใช้วิธีการชำระเงินแบบตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อความสะดวกรวดเร็วด้วยนะ คะ สิ่งสำคัญคือเราต้องตรวจสอบใบเสร็จต่างๆ ก่อนถึงวันตัดบัญชีจะได้รู้ว่ารายการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถูกต้องไหม มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ถ้าเจอก็ต้องรีบติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไวที่สุด
ถ้าเราได้แผนการจัดการเงินในแต่ละเดือนออกมาแล้วว่าเงินจะไปอยู่ตรงส่วน ไหนบ้าง จะทำให้การใช้เงินของเรามีความคล่องตัว มีระเบียบ เพราะเราได้วางกรอบของมันไว้อย่างเหมาะสมแล้ว

ทีนี้ เราก็พอจะมองเห็นภาพของการจัดการรายได้ในยุคนี้แล้ว การจัดการเงินเดี๋ยวนี้จะสะดวกมากยิ่งขึ้นถ้าเราใช้เทคโนโลยีกันอย่างถูกทาง เห็นไหมคะว่าการจัดการรายได้จริงๆ แล้วไม่ได้ยากเลย ถ้าขี้เกียจก็ต้องอดทนกันหน่อย ดีกว่าปล่อยให้เงินเดือนที่ได้มากระจัดกระจายไปโดยไม่รู้ที่มาที่ไป
ใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่ง เราอาจเจอเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินจำนวนมากอย่างเริ่งด่วน และวันนึง เราทุกคนก็ต้องเลิกทำงานด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมต่อการทำงานหนักอีกต่อไป แล้วเราจะใช้ชีวิตอย่างไรโดยไม่มีรายได้ในตอนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการจัดการเงินของเราในวันนี้แหละค่ะ

Masii
สนับสนุนเนื้อหา

ภาพการก่อสร้าง"คลองปานามา"ลงทุนกว่าห้าแสนล้านบาท สุดยอดความชาญฉลาดทางวิศวกรรมของมนุษย์

ปานามาเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใน อเมริกากลาง ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยิน "คลองปานามา" เป็นคลองที่เชื่อมต่อ 2 มหาสมุทรเข้าไว้ด้วยกันระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก ทั้งมันยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วยเพราะมันเป็นทางผ่านในการขนส่ง สินค้าทางเรือนั่นเอง ดังนั้นคลองปานามาจึงมีความสำคัญมาก

มันสามารถรองรับเรือที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 31 เมตร และถ้าใหญ่กว่านั้นก็ต้องใช้รถรางลากข้ามผ่านไป แต่ล่าสุดมีการวางแผนขยายคลอง มันเป็นการก่อสร้างที่น่าทึ่งมากเพราะมันท้าทายความสามารถทางด้านวิศวกรรม ของมนุษย์
โดยต้องออกแบบให้สามารถทนทานต่อกัดกร่อนของน้ำทะเล ทั้งต้องรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อีกด้วย นอกจากนี้มันยังมีขนาดใหญ่มหาศาลมาก ดังนั้นการก่อสร้างจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ที่สำคัญยังต้องใช้เงินในการก่อ สร้างมากถึง 5,250 เหรียญ (ประมาณ 183,000 ล้านบาท) นี่แค่ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเท่านั้น ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาหลังจากการสร้างเสร็จอีกด้วย นับว่าเป็นโครงการที่ไม่ได้ใหญ่แต่ขนาดนะ ค่าใช้จ่ายก็มหาศาลมากอีกด้วย
image: http://files.unigang.com/pic/7/251.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/252.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/253.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/254.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/255.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/256.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/257.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/258.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/259.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/260.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/261.jpg


image: http://files.unigang.com/pic/7/262.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/263.jpg
image: http://files.unigang.com/pic/7/264.jpg
ข้อมูลและภาพประกอบจาก "businessinsider"  clipmass

Read more at http://www.unigang.com/Article/40075#zEALvloj54XKt0hm.99

พาชม “บ้านทีแพงที่สุดที่ขายได้ในจีน" มูลค่ากว่า 5.3 พันล้านบาท !!


มาดูเถอะว่า มันจะอลังการได้ขนาดไหนกัน บ้านหลังนี้ถูกขายไปในราคา 1000 ล้านหยวน หรือประมาณ 5.3 พันล้านบาท พระเจ้าช่วย! บนเนื้อที่ 1663 เอเคอร์ มันถูกตั้งชื่อว่า Taohuayuan หรือแปลได้ว่า ดินแดนดอกไม้บานอันเงียบสงบ ตั้ง อยู่บนเกาะเล็กๆในเขต Suzhou กลางทะเลสาบ Dushu ประกอบด้วยห้องนอน 32 ห้อง รวมถึงห้องเก็บไวน์ และสระว่ายน้ำริมทะเลสาบ และสวนภายในมีแบบที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก


image: http://files.unigang.com/pic/7/1117.jpg
This is Taohuayuan. The record-breaking home is surrounded by Dushu Lake and covers a staggering 1,663 acres.
image: http://files.unigang.com/pic/7/1118.jpg
Traditional Chinese landscaping gives this three-year-old home a heightened sense of age and grandeur. All 32 bedrooms are south-facing for optimal sunlight.
image: http://files.unigang.com/pic/7/1119.jpg
The gardens — including this mist-covered pond — are modelled on the Classical Gardens of Suzhou, which have been listed as a UNESCO World Heritage Site. บ้านหลังนี้อายุ 3 ปี มีวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากๆ
 
image: http://files.unigang.com/pic/7/1120.jpg
A lakeside swimming pool offers spectacular views of the lake and, in the distance, the city of Suzhou.
image: http://files.unigang.com/pic/7/1121.jpg
The 72,441 square foot mansion took three years to build and all brickwork was handcrafted by Xiangshanbang Traditional Architectural and Building Skills.                   
image: http://files.unigang.com/pic/7/1122.jpg
The interior is equally as spectacular, with a beautiful wine cellar which looks large enough to store a lifetime's supply of alcohol.                                      สวยขนาดนี้
image: http://files.unigang.com/pic/7/1123.jpg
A blend of traditional east-Asian and contemporary styling brings the home to life inside.
 
มันถูกออกแบบโดยสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญศิลปะจีนแบบดั้งเดิม
image: http://files.unigang.com/pic/7/1124.jpg
There's plenty of outdoor space and several courtyards for the buyers to relax in. ห้องเก็บแอลกอฮอล์สำหรับทั้งชีวิต
image: http://files.unigang.com/pic/7/1125.jpg
As well as a swimming pool, incredible gardens, a swimming pool, a wine cellar, and 32 bedrooms, there are also 32 bathrooms. You'll never have to queue for the loo again.  ห้องนั่งเล่น
image: http://files.unigang.com/pic/7/1126.jpg
Sotheby's have begun referring to it as simply the "one billion yuan luxury home,” according to Mansion Global.
 สวน แค่ดูรูปก็ฟินแล้วแหละ ส่งรูปสวยๆเหล่านี้ไปให้คนอื่นๆดูด้วยสิ แชร์เลย
ที่มา: BUSINESS INSIDER  http://www.kiitdoo.com

พ่อแม่ทำงานรับจ้าง ส่งลูกเรียน จนได้เป็นนักบิน แต่ชีวิตกลับพลิกผันไม่เป็นอย่างที่หวัง


10092015_IMG_1441876591_170

พ่อแม่ทำงานรับจ้าง ส่งลูกเรียน จนได้เป็นนักบิน แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง “ความฝันและความหวังของครอบครัวๆหนึ่งต้องพังทลายลงทั้งน้ำตา พ่อแม่อายุกว่า 60 ต้องขายบ้านมารับจ้างเป็นกรรมกร เพื่อหาเลี้ยงตนเองเพราะลูกชายซึ่งเป็นนักบินให้สายการบินหนึ่ง ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ เพราะถูกกลั่นแกล้งให้ออกจากอาชีพนักบิน..”
พ่อแม่ทำงานรับจ้างส่งเสียลูกชายเรียน จนสอบได้นายเรืออากาศ พอจบมาสอบได้เป็นนักบิน ต้องยอมเป็นหนี้ยืมเงินมาจ่ายค่าทุนนายร้อยให้ลูก เพื่อมีอาชีพนักบินที่ตัวเองฝันเอาไว้ว่าคงได้สบายตอนแก่
แต่แล้วลูกกลับถูกกลุ่มผู้มีอำนาจลงวันหยุดนักบินผิด ,จัดวันบินผิดไปลงในวันหยุดจนเป็นเหตุให้ขาดการบิน เมื่อนักบินทักท้วงกลายเป็นสร้างความไม่พอใจ จึงกลั่นแกล้งกระทำต่างๆนาๆ อาทิเช่นการทำเอกสารเท็จที่ส่งผลต่อการนับวันหยุดของนักบินจนเป็นเหตุให้นัก บินถูกกล่าวหาว่าขาดชั่วโมงบินเกินกำหนด ทั้งนี้เมื่อนักบินมีหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ของตนนำไปแสดงกลับยิ่ง ถูกกลั่นแกล้งหนักกว่าเดิม “เพราะเพียงต้องการปกปิดการกระทำที่ผิดของพวกตนในหลายต่อหลายครั้งที่ผ่าน มา” โดยการยัดเยียดข้อกล่าวหาสาระพัด
อาทิเช่นกล่างหาว่านักบินเป็นบ้า มีสารเสพติดบ้าง ชี้นำหมอให้ได้ผลตามที่ต้องการ แต่พอนักบินตรวจผ่าน และยังแสดงผลตรวจจากโรงพยาบาลมีชื่อ 4ถึง5 แห่ง ว่าปกติ ไม่ได้มีสารเสพติดหรือเป็นบ้าที่ถูกใส่ความ และทั้งนี้เมื่อผลทางการแพทย์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามความต้องการของพวกตน เหมือนผู้มีอำนาจที่หลงผิดถือทิฐิในความมีของตน ไม่หยุดความอยากเอาชนะผู้น้อย
สุดท้ายยกเรื่องเท็จที่สร้างขึ้นว่านักบินได้ขาดงานเกินข้อกำหนด มาพักงานนักบินโดยไม่ให้เงินเดือน และที่หนักสุดคือการยึดใบ License นักบินไม่ให้นักบินสามารถประกอบอาชีพของตนได้อีก ทั้งหมดนี่ไม่ต่างอะไรกับการฆ่ากันทั้งเป็น
รู้ไหม? สิ่งที่พวกคุณทำนั้นมันส่งผลให้หลายคนต้องมีชีวิตที่ลำบาก พ่อแม่อายุกว่า 60 ปี ต้องไปรับจ้างตัดหญ้า เป็นกรรมกร ทำขนมขาย มีบ้านก็ต้องขายทิ้ง ไหนจะอาม่าซึ่งอายุ80กว่า เดินไม่ไหวต้องเศร้าใจทุกข์โศกทุกวันกับลูกและหลานชาย
กว่า 2 ปีที่ผ่านมา นักบินได้เข้าร้องขอความเห็นใจจากพวกคุณ ยอมทุกอย่าง แต่พวกคุณยังอาฆาตแค้นไม่เลิก สุดท้าย..เขาเลยต้องพึ่งศาล เรียกร้องศักดิ์ศรีและความถูกต้องคืน เหมือนสวรรค์มีตา ข้อมูลหลักฐานความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยขึ้น ศาลชั้นต้นรับฟังและมีคำพิพากษาตัดสินคดีแรกให้นักบินชนะแล้ว..เหลือคดี License นักบินที่พวกคุณยังยึดไว้
ที่พูดมาเพื่ออยากให้สังคมรับรู้ว่า เขาทำเกินกว่าเหตุไหม? เหมือนฆ่าคนทั้งเป็นไหม? พวกคุณไม่สงสารคนอื่นเลยเหรอ? ขอความเมตตาสงสารหลานผมเถอะ..ขอร้อง
ที่มา : hazoremix

ควรรู้!! แก้เคล็ด!! 7 ลักษณะ หมอดูทักบ้านนี้อยู่แล้วจะจน.. รีบอ่านก่อนจะสาย



คงไม่มีใครอยาก “จน” ทุกคนก็คงอยากรวย มีอิสระทางการเงินกันทั้งนั้น บางคนอาจสงสัยว่าทำไมตั้งใจทำงาน ขยัน อดออม แต่ทำไมไม่เคยมีเงินมีทอง หรือมั่งมีเหมือนคนอื่น ถ้าคุณพยายามทำทุกอย่างเต็มความสามารถแล้ว อยากให้คุณลองสังเกตหรือพิจารณาฮวงจุ้ย หรือตำแหน่งที่ตั้งของบ้าน
คุณดูว่าบ้านคุณเข้าข่ายอยู่แล้วจนหรือเปล่า 1.บ้านในสภาพแวดล้อมสกปรก จะยิ่งทำให้บ้านขาดพลังชี่ สังเกตดูก็ได้ว่าไม่ว่าคุณจะทำงานหนักแค่ไหนเหมือนเหนื่อยฟรี ดังนั้นคุณควรดูแลทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย โปร่ง โล่ง สะอาด
2.บ้านต่ำกว่าถนน หรือสูงกว่าถนน สำหรับบ้านที่ต่ำหรือสูงกว่าถนนเกินไปนั้นไม่ดีเพราะทำให้โชคลาภและสิ่งดี งามไม่ไหลเข้าบ้าน หรือไล่เข้าบ้านได้ไม่ถนัดนัก วิธีแก้ไขสำหรับบ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนคือการทำลานหน้าบ้านเปิดรับพลังเหล่า นั้นให้ไหลเข้าบ้าน
3.บ้านโดนสะพานตัดผ่าน ส่งผลให้มองไม่เห็นบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าไม่เหมาะสม
4.ประตูและหน้าต่างมีจำนวนมากจนเกินไป หากพิจารณาตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าการมีประตูและหน้าต่างมากจนเกินไปนั้นจะ ยิ่งเป็นช่องทางให้เงินไหลออกจากบ้าน วิธีแก้ไขคือการเปิดหน้าต่างบางบานหรือใช้ผ้าม่านช่วย
5.รั้วบ้านเตี้ย บ้านที่เน้นการโชว์ความสวยงามของบ้าน อาจจะเลือกทำรั้วเตี้ยๆ เป็นไม้ระแนง ทำให้ไม่สามารถเก็บเงินทองไว้ได้
6.เปิดประตูแล้วเจอบันได บ้านแบบนี้ยิ่งทำงานหนัก เงินยิ่งรั่วไหล ไม่เข้ากระเป๋า
7.ประตูทางเข้าบ้านแคบ และรก ประตูเป็นทางเข้าของโชคลาภก็จริง แต่คุณควรเคลียร์พื้นที่บริเวณประตูให้สะดวกสำหรับสิ่งดีๆ จะวิ่งเข้ามาด้วย
ลองเช็คดูนะคะว่าบ้านของคุณเข้าข่ายอยู่แล้วจนบ้างหรือเปล่า
ที่มา : zabbzeed.com

Top